ชุดเครื่องมือ Counter-REA สำหรับปกป้องผลงานของคุณ
พัฒนาโดย AlexDev · แพ็กเกจและ CLI: axobfus
เริ่มต้นใช้งาน · CLI และ MCP · ข้อจำกัดความรับผิด · MIT License
AxObfus เป็น CLI และ MCP server แบบโอเพนซอร์สสำหรับ ปกป้อง artifact ที่คุณเป็นเจ้าของหรือได้รับอนุญาต จากการวิเคราะห์ย้อนกลับอัตโนมัติด้วย AI (Reverse-Engineering Agents: REA) เครื่องมือนี้เพิ่ม decoy ที่ถูกต้องตามรูปแบบไฟล์ เพิ่มภาระด้านทรัพยากรและความหมาย และทำให้ analyzer ต้องใช้โทเคนมากขึ้น จึงยากต่อการสรุปหรือ reconstruct ตรรกะที่แท้จริง
ไม่ใช่การป้องกันแบบสมบูรณ์: AxObfus เพิ่มต้นทุนและความกำกวมให้การวิเคราะห์ แต่ไม่รับประกันความลับจากนักวิเคราะห์ที่มีเวลา เครื่องมือ หรือสิทธิ์เข้าถึง runtime อย่างไม่จำกัด ควรเก็บความลับสำคัญไว้ฝั่งเซิร์ฟเวอร์และใช้ร่วมกับการป้องกันชั้นอื่น
ต้องใช้ Node.js ^22.23.4 || >=24.0.0 ใช้จากซอร์สได้ทันที:
git clone https://github.com/AlexDev-TH/axobfus.git
cd axobfus
npm ci
npm run build
# ลงทะเบียน MCP และทักษะให้ coding agent ที่รองรับ
node dist/cli.js setup
# ค้นหา build output และทำขั้นตอนป้องกันอัตโนมัติ
node dist/cli.js harden .เมื่อเผยแพร่แพ็กเกจบน npm แล้ว จะเรียกสั้น ๆ ด้วย npx axobfus setup และ npx axobfus harden . ได้
หรือแยกแต่ละขั้นตอนเพื่อควบคุมและเก็บหลักฐานด้วยตนเอง:
# ตรวจ exposure และบันทึกรายงาน HTML
axobfus audit ./dist --report ./reports/audit.html
# ป้องกัน target ที่ระบุ พร้อมรายงานผลการทำงาน
axobfus defend ./dist --report ./reports/defend.html
# ตรวจสอบ artifact ที่ป้องกันแล้วเทียบกับต้นฉบับ
axobfus verify ./dist.protected ./dist--report สำหรับ audit และ defend สร้างรายงาน HTML แบบ standalone เปิดอ่านออฟไลน์ได้โดยไม่มีสคริปต์หรือทรัพยากรภายนอก เหมาะสำหรับตรวจทานและจัดเก็บเป็น CI artifact โดยไม่ควรตีความค่าประมาณโทเคนเป็นผลทดลองกับ analyzer ทุกตัว
- Decoys และหลักฐานลวง: เพิ่ม metadata, control flow และเส้นทาง semantic ที่ดูสมเหตุสมผล เพื่อลดความน่าเชื่อถือของการอนุมานอัตโนมัติ
- Resource exhaustion: เพิ่มงานด้าน header, nesting, interface และ call graph ให้เข้าใกล้หรือเกินงบประมาณของ analyzer ที่รองรับ
- Semantic exhaustion และ token consumption: เพิ่มจำนวนหลักฐานที่ต้องพิจารณา ทำให้การวิเคราะห์ใช้ขั้นตอนและโทเคนมากขึ้น
- Audit และ verification: ตรวจ exposure ก่อนเปลี่ยนแปลง และตรวจ invariants รวมถึงความเท่าเทียมของ runtime ตาม workload ที่กำหนดหลังป้องกัน
รองรับกลุ่ม artifact เช่น JavaScript/TypeScript, Electron/ASAR, WebAssembly, Python, SQLite, native binaries, model formats และ mobile formats โดยกลไกจริงขึ้นกับรูปแบบไฟล์ ดูรายละเอียดคำสั่งใน CLI และ MCP
AxObfus 0.1.0 ผ่าน empirical red-team กับ REA 6.8.0 บน Node 24.22.1 แล้ว โดย 11 รูปแบบชน resource budget หรือข้อจำกัดที่คาดไว้ ได้แก่ Go buildinfo, Flutter pool, BEAM, EVM, Safetensors, GGUF, ASAR, WASM, SQLite, Electron fuses และ JavaScript ผล PCAP ยังไม่ยืนยันเพราะไม่มี tshark ส่วน PTX ไม่ได้ชน budget ในรอบนี้
อ่านรายงานดิบและเกณฑ์เปรียบเทียบใน Empirical REA validation หรือทำซ้ำด้วย npm run redteam:rea เมื่อมี REA checkout ที่ ../rea หรือกำหนด REA_ROOT ตัวเลข token/cost ในส่วนอื่นยังเป็น internal estimates ไม่ใช่ปริมาณโทเคนที่วัดจาก REA โดยตรง
- สำรอง artifact ต้นฉบับและกำหนด workload สำหรับทดสอบ
- รัน
auditแล้วเก็บ--reportเพื่อประเมิน exposure - รัน
hardenหรือdefendบนสำเนาใน staging - รัน
verifyและชุดทดสอบของผลิตภัณฑ์ก่อนเผยแพร่ - เก็บรายงานเป็นหลักฐานประกอบ release โดยไม่เปิดเผยข้อมูลลับในรายงานสาธารณะ
สำหรับผู้ดูแลโค้ด คำสั่งต่อไปนี้เป็น แนวทางตรวจสอบก่อน release ไม่ใช่การอ้างว่าชุดทดสอบถูกรันแล้วในเอกสารฉบับนี้:
npm run build
npm testผลลัพธ์ต้องตรวจสอบในสภาพแวดล้อมและ artifact ของคุณเอง หน้าเว็บไม่นำตัวเลข benchmark ของโครงการต้นทางมาแสดงเป็นผลลัพธ์ของ AxObfus
AxObfus โดย AlexDev พัฒนาต่อจาก BLA (Blind LLM Agents) ต้นฉบับที่ https://github.com/qybaihe/bla ซึ่งเผยแพร่ภายใต้ MIT License โครงการนี้คงการระบุที่มาของต้นฉบับและเงื่อนไข MIT ไว้ ดู LICENSE และ DISCLAIMER.md
ซอร์สโค้ดและการมีส่วนร่วม: AlexDev-TH/axobfus